9 โปรแกรมกราฟิกยอดนิยม ที่เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ต้องมีติดเครื่อง

ทุกวันนี้ใคร ๆ ก็ทำกราฟิกได้ ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา คนทำคอนเทนต์ หรือพนักงานออฟฟิศ เพราะมีโปรแกรมออกแบบให้เลือกใช้เยอะมาก ทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงิน โดยแต่ละตัวก็มีจุดเด่นแตกต่างกัน บางตัวใช้งานง่าย บางตัวเหมาะกับงานที่จริงจังมากขึ้น บทความนี้ ERT จะพามาดู 9 โปรแกรมกราฟิกยอดนิยมในปีนี้ ว่ามีตัวไหนบ้างและแต่ละตัวมีจุดเด่นอย่างไร ตามไปดูกันได้เลยค่ะ
รวม 9 โปรแกรมกราฟิก มีอะไรบ้าง
หากคุณกำลังมองหาโปรแกรมกราฟิกมาใช้งาน แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตัวไหนดี ต้องบอกว่าปัจจุบันมีตัวเลือกให้ใช้เยอะมาก ทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงิน ซึ่งแต่ละตัวก็มีจุดเด่นต่างกันไป โดยทาง ERT ได้รวบรวมโปรแกรมออกแบบกราฟิกยอดนิยมมาให้แล้วดังนี้

1. Canva
โปรแกรมกราฟิกออนไลน์ยอดนิยมใช้งานได้ทั้งคอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมให้ยุ่งยาก เพียงเข้าเว็บหรือเปิดแอปก็สามารถทำงานได้เลย เช่น โพสต์โซเชียล ออกแบบโลโก้ นามบัตร หรือสไลด์พรีเซนต์ ก็มีแบบให้เลือกใช้ แถมมีรูปภาพและฟอนต์ให้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถทำวิดีโอสั้น ๆ เช่น Reels, TikTok หรือ Shorts ได้เช่นกัน บอกเลยว่าช่วยประหยัดเวลาเยอะมากค่ะ
ข้อดี
- ใช้งานง่ายมาก มือใหม่ก็ใช้ได้
- ใช้งานได้ทุกอุปกรณ์ สะดวกมาก
- มีเทมเพลตให้เลือกเยอะ ไม่ต้องออกแบบเองทั้งหมด
2. Adobe Creative Cloud
ถ้าพูดถึงโปรแกรมกราฟิก แน่นอนว่าชื่อ “Adobe Creative Cloud” ก็ยังเป็นอันดับแรก ๆ เสมอ เพราะเป็นโปรแกรมมาตรฐานของสายออกแบบไปแล้ว ไม่ว่าใครที่สนใจด้านกราฟิกก็ต้องใช้โปรแกรมชุดซอฟต์แวร์นี้เป็น จุดเด่นคือมีเครื่องมือหลายตัวให้เลือกใช้แต่งภาพ ออกแบบกราฟิก วาดภาพ หรือวาง Layout เรียกว่าครบจบในที่เดียว ใครสนใจโปรแกรมออกแบบกราฟิกครบเครื่อง ERT แนะนำตัวนี้เลยค่ะ
ข้อดี
- นิยมใช้ในการทำงานจริง
- เครื่องมือครบครัน ใช้งานได้ทุกวัย
- มีโปรแกรมให้ใช้หลากหลาย ครอบคลุมงานทุกแบบ
บทความที่เกี่ยวข้อง : Adobe Creative Cloud คืออะไร ชุดโปรแกรมที่สายครีเอทีฟต้องมี
3. Affinity
โปรแกรมออกแบบกราฟิกที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้สำหรับ Affinity เหมาะกับคนที่อยากได้เครื่องมือออกแบบจริงจัง แต่ไม่อยากจ่ายรายเดือน โปรแกรมนี้สามารถใช้งานบนคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ต รองรับงานออกแบบหลายประเภท ใครที่เคยใช้ Photoshop มาก่อน แล้วอยากลองเปลี่ยนมาใช้ Affinity ก็ปรับตัวไม่ยาก เพราะสามารถเปิดไฟล์ PSD แล้วทำงานต่อได้เลย ไม่ต้องเริ่มงานใหม่
ข้อดี
- ใช้งานได้หลากหลายอุปกรณ์
- จ่ายครั้งเดียวใช้ได้ยาว ไม่ต้องจ่ายรายเดือน
- ความสามารถใกล้เคียงกับโปรแกรมยอดนิยม
4. Figma
โปรแกรมออกแบบที่มาแรงสุด ๆ ณ ตอนนี้ เหมาะกับสายทำแอป เว็บไซต์ หรือคนที่สนใจด้าน UX/UI จุดเด่นคือไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม เพียงแค่เข้าใช้งานผ่านเว็บก็ทำงานร่วมกันได้แบบเรียลไทม์ เหมาะกับการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ยังสามารถนำเข้าไฟล์หรือเซฟไฟล์ได้หลายรูปแบบ ทำให้เอาไปใช้งานต่อได้สะดวก ใครที่ทำงานด้านออกแบบเว็บไซต์ บอกเลยว่าตัวนี้สำคัญมากค่ะ
ข้อดี
- ทำงานร่วมกันได้หลายคน
- ใช้งานผ่านเว็บได้ ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม
- เหมาะกับงานออกแบบเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น และ UX/UI
5. Krita
มาถึงโปรแกรมออกแบบกราฟิกแบบฟรีกันบ้าง Krita เป็นโปรแกรมที่สายวาดรูปน่าจะรู้จักกันดี ใช้งานได้หลายระบบ เหมาะกับคนอยากเริ่มวาดรูปบนคอมแต่ไม่อยากเสียเงิน ตัวนี้ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะมีแปรง (Blush) ให้เลือกใช้เยอะ ตั้งแต่แบบพื้นฐานไปจนถึงแบบใช้สร้างเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ทำให้วาดภาพได้หลายสไตล์ แถมยังปรับแต่งเครื่องมือตามถนัดได้อีกด้วย ใครที่อยากเริ่มต้นออกแบบกราฟิกตัวนี้เอาอยู่ค่ะ
ข้อดี
- ใช้งานฟรี เหมาะกับคนเริ่มต้นสายกราฟิก
- มีเครื่องมือให้เลือกเยอะ ออกแบบได้หลายสไตล์
6. GIMP
ถัดมากับโปรแกรมออกแบบกราฟิกอย่าง GIMP ตัวนี้เป็นโปรแกรม Open Source ที่ใช้งานฟรี เหมาะกับคนอยากแต่งภาพหรือทำกราฟิกแต่ยังไม่อยากเสียเงิน โดยสามารถตัดต่อภาพ ปรับแสง สี หรือแก้ไขรูปต่าง ๆ ได้เหมือนโปรแกรมแต่งภาพทั่วไป เช่น ถ่ายรูปมืดก็สามารถปรับให้สว่างขึ้น หรือจะรีทัชภาพก็ทำได้เหมือนกัน แม้ว่าโปรแกรมนี้จะมีหน้าตาที่ใช้งานยาก แต่บอกเลยว่าคุ้มค่ากับการทำงานแน่นอนค่ะ
ข้อดี
- ใช้งานฟรี ไม่ต้องเสียเงิน
- แต่งภาพได้ใกล้เคียงกับโปรแกรมระดับมืออาชีพ
บทความที่เกี่ยวข้อง : AnyDesk คืออะไร โปรแกรมรีโมตหน้าจอสำหรับการทำงานระยะไกล
7. CorelDRAW Graphics Suite
อีกหนึ่งโปรแกรมออกแบบกราฟิกที่อยู่มานานและยังมีคนใช้อยู่เรื่อย ๆ โปรแกรมนี้เหมาะกับงานที่ต้องการความคมชัดสูง เช่น โลโก้ งานพิมพ์ หรือป้ายโฆษณา จุดเด่นคือสามารถย่อหรือขยายภาพได้โดยไม่แตก ทำให้งานคมชัดเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเอาไปใช้ขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ตาม ใครต้องทำงานแบบใช้จริงจัง เช่น งานพิมพ์หรือป้ายโฆษณาต่าง ๆ โปรแกรมนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว
ข้อดี
- ได้ภาพคมชัด ย่อหรือขยายก็ไม่แตก
- เหมาะกับงานพิมพ์และงานที่ต้องการภาพขนาดใหญ่
8. Corel PaintShop Pro
หากคุณกำลังมองหาโปรแกรมกราฟิกดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้งาน Corel PaintShop Pro ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย โปรแกรมนี้เน้นการแก้ไขภาพเป็นหลัก ใช้แต่งรูป ปรับแสงสี หรือทำงานกราฟิกทั่วไป มีเครื่องมือใช้งานครบ ช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น เหมาะกับช่างภาพและคนทำกราฟิก ถือเป็นโปรแกรมที่ความสามารถใกล้เคียง Photoshop แต่จ่ายครั้งเดียวจบ ใครอยากคุมงบลองดูตัวนี้ได้เลยค่ะ
ข้อดี
- จ่ายครั้งเดียว ไม่ต้องเสียรายเดือน
- มีเครื่องมือครบ ใช้แต่งภาพได้จริง
9. Rebelle 8
ปิดท้ายด้วย Rebelle 8 โปรแกรมออกแบบกราฟิกที่เหมาะกับคนชอบงานศิลปะ จุดเด่นคือการระบายสีได้ใกล้เคียงของจริง ทั้งสีน้ำหรือสีน้ำมัน ทำให้เวลาวาดรู้สึกเหมือนกำลังใช้อุปกรณ์จริงอยู่ ตัวโปรแกรมมีแปรงให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับคนวาดรูปเป็นงานอดิเรก หรืออยากออกแบบงานกราฟิกแบบจริงจัง หากมองภาพรวมแล้ว ก็เป็นโปรแกรมออกแบบกราฟิกที่เข้าถึงง่ายกว่าโปรแกรมอื่นค่ะ
ข้อดี
- ให้ฟีลวาดเหมือนใช้สีน้ำจริง
- ราคาเข้าถึงง่ายกว่าโปรแกรมวาดรูปบางตัว
ERT จำหน่ายโปรแกรมกราฟิกลิขสิทธิ์แท้
สำหรับใครที่สนใจโปรแกรมออกแบบกราฟิกไปใช้งาน ทาง ERT เราจำหน่ายโปรแกรมลิขสิทธิ์แท้ ช่วยให้คุณใช้งานได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะโปรแกรมไหนก็ตาม ทีมงานของเราพร้อมช่วยดูแลให้เหมาะกับการใช้งานในองค์กรคุณ สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถคลิกลิงก์ด้านล่างเพื่อปรึกษาทีมงานของเราได้เลย! 👇
https://www.ert.co.th/training-and-service-quotation/
สรุป
ทั้งหมดนี้คือ 9 โปรแกรมกราฟิกยอดนิยมที่เรานำมาฝากกัน บอกเลยว่าแต่ละโปรแกรมล้วนมีจุดเด่นและการใช้งานแตกต่างกันไป บางตัวใช้ง่ายเหมาะกับมือใหม่ บางตัวเครื่องมือครบเหมาะกับคนทำงานจริงจัง หากคุณกำลังมองหาโปรแกรมออกแบบกราฟิกลิขสิทธิ์แท้ สามารถติดต่อ ERT ได้เลยนะคะ เราพร้อมให้คำแนะนำเพื่อวางแผนการใช้งานในธุรกิจของคุณ
ที่มาข้อมูล :
- CareerAddict : The 10 Best Graphic Design Software Programs
- Pixartprinting : 10 Outstanding Free Graphic Design Software Options
- New Perspective Design : 11 Best Graphic Design Software & Tools 2026
💬🙋♂️ สอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อมาได้ที่
☎ Tel: 02-718-1599
✉ Email: info@ert.co.th
📱 Line: https://lin.ee/wtyQVtl